Holiday ถ่ายภาพ มุมถ่ายภาพ สถานที่ถ่ายภาพในกรุงเทพ สถานที่ถ่ายภาพ กรุงเทพ สถานที่ถ่ายภาพตอนกลางคืน เที่ยวกรุงเทพ วันหยุด แผนที่ การเดินทางไป
 ดูบทความอื่น
 
Custom Search
 

 
  ท่องกรุงมุ่งสักการะ 9 รอยพระพุทธบาท
คลิ๊กที่ภาพ

แหล่งที่มา : manager.co.th (โดย : หนุ่มลูกทุ่ง)

จากการที่ฉันได้ไปเยือนไปย่างรับบุญรับกุศลยังวัดต่างๆ มาหลายแห่งในเมืองกรุง สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตคือ บางวัดนอกจากจะมีวิหาร อุโบสถแล้ว ยังมี “รอยพระพุทธบาทจำลอง” ให้เราๆได้กราบไหว้บูชากัน

โดยความเชื่อที่ว่า “รอยพระพุทธบาท” หมายถึง รอยเท้าของพระพุทธเจ้า มีมาตั้งแต่สมัยอินเดียโบราณใช้เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนที่จะมีการสร้างพระพุทธรูป เมื่อภายหลังจากที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้น รอยพระพุทธบาทได้กลายเป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงความเป็นดินแดนสิริมงคล ซึ่งก็คือดินแดนที่พระพุทธองค์ได้ดำเนินไปถึง

บางตำนานเชื่อว่า รอยพระพุทธบาทมี 4 รอย ได้แก่ที่ สะดือทะเล จ.นครศรีธรรมราช, เขาชินจุกุ, ภูเขาสุวรณบรรพต จ.สระบุรี และที่สุวัณณมาลิก แต่บางตำนานก็เชื่อกันว่า รอยพระพุทธบาทมีอยู่ด้วยกัน 5 รอย ได้แก่ ที่ภูเขาสุวรณบรรพต จ.สระบุรี, เขาสุวัณณมาลิก, เขาสุมนกูฏ, เมืองโยนกบุรี และหาดทรายในลำน้ำนัมมทานที

ซึ่งตำนานไหนจะจริงเท็จอย่างไรฉันก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ที่แน่ๆ คือชาวพุทธต่างเคารพนับถือรอยพระพุทธบาททั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นจากตำนานใด หรือจะเป็นรอยพระพุทธบาทจริงหรือจำลองก็ตาม และสำหรับในกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของเราก็มีรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่ในหลายต่อหลายวัดด้วย กัน ส่วนวัตถุประสงค์หลักในการสร้างขึ้นมาฉันคิดว่าคงเป็นอื่นใดไปไม่ได้ นอกเสียจากว่าเพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลนั่นเอง

ในครั้งนี้แม้ฉันจะมุ่งหน้าเข้าวัดเหมือนเช่นเคย แต่จุดมุ่งหมายของฉันคือการค้นหาและสักการะ “รอยพระพุทธบาทจำลอง” 9 วัดในกรุงเทพฯ (จากจำนวนมากมายหลายวัด)โดยฉันเริ่มต้นทริปอันเป็นสิริมงคลของตนเองด้วยการไปไหว้รอยพระพุทธบาทที่ “วัดอินทรวิหาร” พระอารามหลวงในย่านบางขุนพรหม

วัดแห่งนี้หากใครได้มีโอกาสเข้าไปจะเห็นหลวงพ่อโต หรือพระศรีอริยเมตไตรย องค์ใหญ่ยักษ์ เป็นพระพุทธรูปปางยืนทรงบาตร เด่นสง่าสวยงาม ด้านหลังขององค์หลวงพ่อโตมีมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง ฉันเดินขึ้นบันไดทางด้านวิหารพระประจำวันไป 2 ช่วงก็มาถึงมณฑปสีขาวสะอาดตาแห่งนี้ ภายในมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินอ่อนสวยงาม หลังจากที่ฉันได้สักการะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จัดแจงกดชัตเตอร์เก็บรูปมาเป็นหลักฐานก่อนจะเดินทางไปยังวัดต่อไป

วัดที่สองในทริปของฉันก็คือ “วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร” พระอารามหลวงชั้นโท ริมถ.จักรพงษ์ จากด้านหน้าของวัด ฉันเข้าไปกราบพระประธานในพระอุโบสถแล้วก็เดินเลาะพระอุโบสถไปยังด้านหลังก็ เจอกับรอยพระพุทธบาทจำลองที่ตั้งประดิษฐานอยู่ภายใต้เต็นท์ผ้าใบ ผู้คนที่มายังวัดแห่งนี้อาจจะไม่ทันได้สังเกตเท่าไรนั้นเพราะทางวัดไม่ได้ สร้างเป็นวิหารเพื่อประดิษฐาน

ต่อจากวัดชนะสงครามฉันไปต่อยัง “วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร” ที่ตั้งอยู่ในย่านบางลำพู ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก หากเข้าทางประตูเซี่ยวกาง ด้านหน้าจะเห็นพระอุโบสถสูงสง่าภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 2 องค์ด้วยกัน ซึ่งหลังจากกราบไหว้แล้ว ฉันก็เดินเลี้ยวไปทางด้านข้างของพระอุโบสถจะมีศาลาเล็กๆประดิษฐานรอยพระ พุทธบาทจำลอง ซึ่งเป็นรอยพระพุทธบาทคู่ แต่ขณะนี้กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะซ่อมแซม หากใครไปแล้วเห็นว่ายังบูรณะอยู่ก็อย่าได้เสียใจไป เพราะเขาบอกไว้ว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนมีนาคม 2551 นี้

จากวัดบวรฉันไปต่อยังวัดสามปลื้ม หรือ “วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร” มีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท วัดนี้ได้ชื่อโจษขานในเรื่องของจระเข้วัดสามปลื้ม ที่ภายในวัดมีสระเลี้ยงจระเข้ตัวใหญ่เยื้องหน้าพระอุโบสถ ฉันยืนชะเงื้อชะโงกจ้องมองเจ้าจระเข้ตัวใหญ่อยู่สักพัก ก็เดินขึ้นบันไดด้านข้างไปยังมณฑปพระพุทธบาทอันสวยงาม ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองที่มีลักษณะลึกกว่าวัดอื่นๆ

จากวัดสามปลื้มฉันเดินทางมายัง “วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร” พระอารามหลวงชั้นเอก ตั้งอยู่ใกล้ๆกับเสาชิงช้าคู่บ้านคู่เมือง วัดแห่งนี้มีสถานที่สำคัญมากมายอาทิ พระวิหารหลวง ภายในมีพระประธานคือพระศรีศากยมุณี ภาพจิตกรรมฝาผนังต่างๆ พระอุโบสถก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สำคัญและสวยงาม หากใครจะเข้าไปกราบไหว้พระพุทธตรีโลกเชษฐ์พระประธานในพระอุโบสถ จะต้องผ่านรอยพระพุทธบาทจำลองที่ประดิษฐานไว้ด้านหน้าทางด้านซ้ายก่อนถึง ประตูเข้าสู่ภายในพระอุโบสถ

เมื่อสักการะรอยพระพุทธบาทแล้ว ฉันเดินออกทางประตูพระอุโบสถโบกรถไปยังวัดโพธิ์ หรือ “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร” พระอารามหลวงชั้นเอก ริมถ.มหาราช วัดแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยละชาวต่างชาตินิยม แวะเวียนมาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันและทุกวันอีกด้วย

ฉันมาเยือนวัดโพธิ์ครั้งใดจะต้องเห็นนักท่องเที่ยวทั้งหัวดำหัวแดง เดินกันขวักไขว่จนชินตา เพราะนอกจากวัดแห่งนี้จะมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ เช่น พระประธานในพระอุโบสถที่งดงามราวกับเทวดามาสร้างไว้ พระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนขนาดใหญ่ที่งดงามในวิหารแล้ว วัดโพธิ์แห่งนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างถวายไว้ในพระอารามแห่งนี้ ประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป ที่ด้านหน้ามียักษ์ตนเล็ก 2 ตนเฝ้าประตูอยู่ในตู้กระจก

ถัดจากวัดโพธิ์ ฉันขอข้ามแม่น้ำใหญ่เจ้าพระยาไปยังฝั่งธนบุรี โดยใช้เรือข้ามฟากที่ท่าเตียนไปยังท่าวัดอรุณ เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาทกันต่อที่ “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” หรือที่บางคนนิยมเรียกกันว่า วัดแจ้งนั่นเอง

พระอารามหลวงชั้นเอกแห่งนี้ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้คนมักมายังวัดอรุณเพื่อชมพระปรางค์ พร้อมเข้าไปกราบพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถ และที่ขาดไม่ได้คือยักษ์ตนใหญ่ 2 ตนที่ยืนเฝ้าซุ้มประตูพระอุโบสถอย่างแข็งขัน

ส่วนอีกสถานที่หนึ่งที่ฉันอยากจะให้แวะเวียนไปชมก็คือ มณฑปพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเจดีย์ 4 องค์ และพระวิหารใหญ่ ฐานของมณฑปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่ออิฐถือปูนประดับด้วยกระเบื้องถ้วยสี ต่างๆ ฉันเดินขึ้นบันไดสูงของมณฑปเพื่อขึ้นไปยังที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทพร้อม ทั้งกราบไหว้ขอพรก่อนที่จะเดินทางไปยังวัดต่อไป

“วัดอมรินทรารามราชวรวิหาร” ตั้งอยู่ใกล้กับรพ.ศิริราช เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี หากใครมาที่วัดนี้ก็ต้องมาไหว้พระพุทธฉายจำลองและรอยพระพุทธบาทจำลอง โดยมณฑปของรอยพระพุทธบาทจำลองนี้จัดว่าเป็นมณฑปที่สวยงามแห่งหนึ่งเลยที เดียวแม้ปัจจุบันจะดูทรุดโทรมตามกาลเวลาก็ตาม

สำหรับมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลองที่วัดแห่งนี้ จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปสักการะรอยพระพุทธบาทจำลองด้านในได้เฉพาะในวันงาน ประจำปีของวัดเท่านั้น แต่ถึงแม้จะปิดฉันก็คิดว่าไม่เป็นไร เราบูชาอธิษฐานด้วยใจก็ได้เช่นกัน คิดในแง่ดีจะได้มีความสุขใจนะครับพี่น้อง

จุดหมายสุดท้ายปลายทางทริปสักการะรอยพระพุทธบาทจำลองของฉันอยู่บนถ.สมเด็จเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของ “วัดพิชยญาติการามวรวิหาร” หรือที่คนทั่วไปมักจะเรียกกันว่าวัดพิชัยญาติ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เมื่อเข้าไปในวัดจะเห็นพระปรางค์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานสูงดูโดดเด่น ใกล้กันเป็นพระปรางค์องค์เล็ก 2 องค์ องค์ทางด้านทิศตะวันออกประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย อีกองค์ด้านทิศตะวันตกประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองในตู้กระจกถึง 4 รอยด้วยกัน

ซึ่งรอยพระพุทธบาททั้ง 4 รอยนั้น น่าจะแทนพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ พระพุทธเจ้ากัสสปะ และพระพุทธเจ้าโคตมะ ซึ่งก็คือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน โดยพระพุทธเจ้าโคตมะได้ทรงอธิฐานว่า เมื่อพระองค์นิพพานไปแล้ว 2,000 ปี พระพุทธบาทสี่รอยนี้จะปรากฏแก่ปวงมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เพื่อมนุษย์และเทวดาทั้งหลายจะได้มากราบไหว้และสักการบูชา จึงกำเนิดเป็นพระพุทธบาทสี่รอย ตามตำนาน

ใครที่สนใจจะเปลี่ยนบรรยากาศมาสักการะรอยพระพุทธบาทจำลองก็น่าจะดี ไม่น้อย เพื่อการมาวัดจะได้ดูแปลกใหม่ยิ่งขึ้น เหมือนอย่างที่ฉันได้ท่องเที่ยวอิ่มบุญตามรอยพระพุทธบาทจำลองในครั้งนี้

“วัดอินทรวิหาร” ถ.วิสุทธิ์กษัตริย์ แขวงบางขุนพรม เขตพระนคร กทม.
“วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร” ถ.จักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร กทม.
“วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร” ถ.พระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม.
“วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร” ถ.จักรวรรดิ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กทม.
“วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร” ถ.บำรุงเมือง แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กทม.
“วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร” ถ.สนามไชยและถ.มหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.
“วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณฯ เขตบางกอกใหญ่ กทม.
“วัดอมรินทรารามราชวรวิหาร” ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กทม.
“วัดพิชยญาติการามวรวิหาร” ถ.สมเด็จเจ้าพระยา แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม.





[ ปิดหน้าต่างนี้ ]




ร่วมต่อต้านสแปม! คลิกที่นี่! © All Right Reserved.