Holiday ถ่ายภาพ มุมถ่ายภาพ สถานที่ถ่ายภาพในกรุงเทพ สถานที่ถ่ายภาพ กรุงเทพ สถานที่ถ่ายภาพตอนกลางคืน เที่ยวกรุงเทพ วันหยุด แผนที่ การเดินทางไป
 ดูบทความอื่น
 
Custom Search
 

 
  รำลึกอดีตวัยเด็กที่ "บ้านพิพิธภัณฑ์"
คลิ๊กที่ภาพ

แหล่งที่มา : manager.co.th (โดย : หนุ่มลูกทุ่ง)

ถ้าใครชอบหนังระลึกชาติอย่างเรื่อง "แฟนฉัน" ฉันว่าก็น่าจะชอบพิพิธภัณฑ์ระลึกชาติอย่าง "บ้านพิพิธภัณฑ์" ด้วยเหมือนกัน

"เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า" เป็นสโลแกนของบ้านพิพิธภัณฑ์ ที่ฉันคิดว่าเข้าท่ามากๆ คุณเอนก นาวิกมูล ผู้ก่อตั้งบ้านพิพิธภัณฑ์ สถานที่ซึ่งรวบรวมเอาข้าวของเก่าๆ ที่แสดงถึงชีวิตชาวเมืองในช่วง พ.ศ.2500 มาจัดแสดงไว้ในบ้านพิพิธภัณฑ์ทั้งสามชั้นนี้ ตั้งใจจะให้บ้านพิพิธภัณฑ์เป็นตัวจุดประกายความคิดว่า ของบางสิ่งบางอย่างในชีวิตประจำวันเหล่านี้สามารถเก็บไว้เพื่อการศึกษาได้ ไม่จำเป็นต้องเก็บแต่ของมีราคาหรือของเก่าเป็นร้อยเป็นพันปีเท่านั้น

ที่ฉันบอกว่าพิพิธภัณฑ์ระลึกชาตินั้นก็ออกจะโอเวอร์ไปสักเล็กน้อย แต่เชื่อว่าที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้น่าจะทำให้หลายๆ คนนึกถึงเรื่องราวในอดีตได้ ไม่ใช่อดีตอันไกลโพ้นขนาดชาติที่แล้วอะไรแบบนั้น แต่เป็นอดีตที่ย้อนไปสัก 40-50 ปี สมัยที่เราๆ หรือคนวัยทำงานยังเป็นเด็ก หรือสมัยคุณแม่ยังสาวนั่นแหละ

บางคนอาจจะว่า โธ่... ของเก่าแค่ 50 ปี บ้านฉันก็มีเหมือนกันแหละ ไม่เห็นต้องไปดูที่อื่น แต่ฉันว่าอารมณ์มันไม่เหมือนกันหรอกนะ ระหว่างของเก่าที่วางทิ้งฝุ่นจับอยู่ที่บ้าน กับของเก่าที่ตั้งใจเก็บไว้อย่างดีที่บ้านพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

จ่ายค่าตั๋วเพียง 30 บาท ฉันก็ได้เข้ามายืนอยู่ในบรรยากาศของ พ.ศ.2500 เริ่มตั้งแต่ชั้นที่หนึ่ง ซึ่งมีบรรยากาศเป็นเหมือนห้องแถวไม้ จัดจำลองเป็นร้านกาแฟบ้าง ร้านขายของเล่นบ้าง ฉันเข้าไปดูมุมของร้านกาแฟเฮงฮวดก่อน ร้านกาแฟนี้ทำเลียนแบบร้านในตลาดบ้านใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีมุมของเจ้าของร้านสำหรับชงชากาแฟ มีโต๊ะให้ลูกค้านั่ง และมีข้าวของสารพัดอย่างอัดกันอยู่ในตู้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำปลา อาหารกระป๋อง เหล้า บุหรี่ ไม้ขีดไฟ ฯลฯ เอาไว้ขายให้ลูกค้า เพราะนอกจากชากาแฟแล้ว เจ้าของร้านก็จะหาข้าวของต่างๆ มาขาย ทำให้หน้าตาของร้านกาแฟออกจะดูเหมือนร้านขายของชำไปด้วย และมุมร้านกาแฟนี่แหละ เป็นมุมยอดนิยมที่ใครมาดูก็จะต้องแวะมาถ่ายรูป ทำตัวเป็นอาโกร้านกาแฟกันแทบทุกคน

ตรงข้ามกับร้านกาแฟ คือร้านตัดผมอรุณเกศา ที่ยังมีเก้าอี้ตัดผมแบบโบราณให้นั่งแอ๊คท่าถ่ายรูปกัน มีโปสเตอร์ดารายุคเก่าๆ แบบที่ร้านตัดผมชอบนำมาติด และมีมุมร้านตัดเสื้อสตรี และจักรเย็บผ้าด้วย



 0
 Posted : 2009-12-06 20:16:07   IP : ซ่อน
คลิ๊กที่ภาพ

ห้างสรรพสินค้าและร้านขายแผ่นเสียงบนชั้นสอง
ส่วนอีกปีกจัดเป็นร้านขายหนังสือและเครื่องเขียน มีหนังสือนิยายอยู่เต็มตู้ใบใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก ส่วนหน้าปกบางเล่มก็ยังใช้วิธีวาดรูปอยู่ ส่วนในมุมเครื่องเขียนมีถ่านไฟฉายตรากบวางโชว์อยู่ด้วย พูดถึงถ่านไฟฉายตรากบแล้วฉันก็อยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงโฆษณาทางวิทยุของถ่าน ยี่ห้อนี้ เพลงที่ว่านี้แต่งและร้องโดยครูนคร มงคลายน และเป็นเพลงโฆษณาที่น่ารักมากชิ้นหนึ่งในความเห็นของฉัน ถ้าใครอยากฟังเชิญมาฟังได้แถวๆ มุมร้านกาแฟ

ตรงข้ามกับร้านเครื่องเขียนเป็นร้านขายของเล่น ซึ่งรับรองว่าถ้าเด็กๆ มาเห็นเข้าจะต้องตาลุกเพราะความอยากได้ แต่ถ้าเป็นเด็กโค่งอย่างฉันก็ตาลุกเหมือนกันเพราะจำได้ว่าตัวเองก็เคยเล่น ของเล่นอย่างนี้เมื่อนานมาแล้ว ของเล่นในร้านเจริญพานิชนี้ก็มีมากมาย ทั้งตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ม้าโยก ของเล่นสังกะสี หุ่นยนต์ ปืนอัดลม

ออกจากร้านขายของเล่นมาที่ร้านขายยากันบ้าง จุดเด่นของร้านขายยาคงอยู่ที่ตู้ไม้ใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยลิ้นชัก ซึ่งตู้ใบนี้คุณเอนกได้มาจากร้านขายยาที่เลิกกิจการไปแล้วในจังหวัด อุทัยธานี และยังมีลังบรรจุเครื่องปรุงยา ที่ยังมีเครื่องปรุงยาอย่าง โพทะเล คงคาเลือด มะดาด กำแพงเจ็ดชั้น กระดูกช้าง กระดูกเสือ อยู่ด้วย ต้องยอมรับว่าฉันไม่เคยได้ยินเครื่องปรุงยาชื่อนี้มาก่อนเลย

 
 Comment : 1
กลับขึ้นด้านบน

 0
 Posted : 2009-12-06 20:16:45   IP : ซ่อน
คลิ๊กที่ภาพ

ร้านตัดผมอรุณเกศาในบรรยากาศเก่าๆ

ดูครบหมดทุกร้านแล้วก็ขึ้นไปบนชั้นสองกันบ้าง บนชั้นนี้เป็นการจัดข้าวของเก่าๆ ไว้ตามมุมต่างๆ ที่ฉันชอบก็คงเป็นมุมที่จัดไว้เป็นร้านถ่ายรูป “ฉายาคลองโพ” เป็นร้านถ่ายรูปในสมัยก่อนที่ยังมีกล้องถ่ายรูปรูเข็มแบบที่ต้องมุดเข้าไปใน ผ้าสีดำ ส่วนฉากหลังก็เป็นภาพวาดสวยงาม นอกจากนั้นก็ยังมีกล้องถ่ายรูปแบบเก่าๆ อีกมากมาย จัดวางไว้ในตู้กระจก

นอกจากนั้นก็ยังมีมุมที่ตกแต่งเป็นห้องครัวในยุคสมัยรัชกาลที่ 7 หรือประมาณ 70 ปีก่อน และมุมที่จัดตกแต่งเป็นเหมือนห้องๆ หนึ่งในบ้าน มีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน อย่างเช่นตู้ยาประจำบ้าน ตู้ไม้ใส่รองเท้า ผ้าม่วงผ้านุ่ง ฯลฯ และสิ่งที่เป็นของยอดนิยมในชั้นสองนี้ก็คือ “โต๊ะโกล” ซึ่งมีลักษณะเหมือนสนามฟุตบอลที่อยู่บนโต๊ะ การเล่นก็ใช้มือบิดด้ามเหล็กให้ผู้เล่นเตะฟุตบอลทำประตู รวมทั้งต้องป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทำประตูได้ด้วย

เล่นโต๊ะโกลกันอย่างเมามันแล้วก็ขึ้นไปชมกันต่อที่ชั้นสาม เป็นส่วนของที่ทำการ ห้างร้านต่างๆ เมื่อขึ้นไปถึงร้านแรกที่จะได้พบก็คือห้างแต้กิ้มฮง มีข้าวของสารพัดอย่าง อย่างเช่น นาฬิกาเก่า โทรศัพท์เก่าวางโชว์อยู่ ส่วนร้านข้างๆ คือห้างแผ่นเสียงประชุมพล ซึ่งมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงและแผ่นเสียงมากมาย

พอมองไปอีกด้านหนึ่ง คราวนี้ไม่ได้เป็นห้างสรรพสินค้าหรือร้านขายของอะไรแล้ว แต่เป็นที่ว่าการอำเภอสีหนคร ที่จัดเป็นเหมือนห้องทำงานของนายอำเภอ ในห้องก็มีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ธงชาติไทย ตู้เอกสาร โต๊ะทำงานนายอำเภอ และโต๊ะทำงานของเสมียนเลขานายอำเภอ มีเครื่องพิมพ์ดีด และโทรศัพท์หน้าตาโบราณๆ ตั้งอยู่ แต่นายอำเภอคนนี้คงมีงานไม่มากเท่าไร เพราะโต๊ะทำงานโล่งเชียว

ถัดจากห้องทำงานนายอำเภอ เป็นห้องที่ฉันชอบที่สุด นั่นก็คือห้องเรียน ที่จัดได้บรรยากาศเหมือนโรงเรียนตอนประถมของฉันเปี๊ยบ โต๊ะและเก้าอี้ยังเป็นไม้ มีลิ้นชักใต้โต๊ะเอาไว้เก็บหนังสือเรียน หนังสือการ์ตูน และขนม ด้านหน้าห้องมีกระดานดำ ชอล์ก แปรงลบกระดาน และไม้ทีไว้บริการคนที่มันมือชอบแอบคุณครูเล่นกระดานบ่อยๆ แถมหลังห้องยังมีตัวอย่างหนังสือเรียน ตั้งแต่ยุคเรณู-ปัญญา มาจนถึงมานี-มานะ ให้ดูกันอีกด้วย

 
 Comment : 2
กลับขึ้นด้านบน

 0
 Posted : 2009-12-06 20:17:18   IP : ซ่อน
คลิ๊กที่ภาพ

ห้องทำงานนายอำเภอในที่ว่าการอำเภอสีหนคร

ชมข้าวของต่างๆ เหล่านี้แล้ว พลาดไม่ได้กับการลงมาเลือกซื้อของเล่นและขนมหน้าตาคุ้นเคยที่ตอนนี้หาซื้อ ไม่ได้ตามร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกันที่ชั้นล่าง ของเล่นที่ว่านี้ก็มีทั้งลูกโป่งวิทยาศาสตร์ ของเล่นยอดฮิตสมัยเด็กๆ เขี้ยวแดร็กคูล่าของปลอม ตุ๊กตาพลาสติกสีสันแสบตา ฯลฯ ส่วนขนมก็มีหมากฝรั่งรูปบุหรี่ตราแมวดำ หมากฝรั่งตรานกแก้ว ลูกอมละครสัตว์ ลูกอมรสโคล่า จอลลี่สติ๊ก และอื่นๆ อีกมากมาย ฉันเองก็กว้านซื้อทั้งขนมและของเล่นพวกนี้มาเพียบ ก็กะจะเอามาฝากเพื่อนฝูงให้ร่วมระลึกถึงอดีตในวัยเด็กกันบ้าง แต่ถ้าอยากไปชมกลิ่นอายอดีตกันแบบเต็มๆ ละก็ คงต้องไปดูเองกันที่ "บ้านพิพิธภัณฑ์" แล้วละ

 
 Comment : 3
กลับขึ้นด้านบน

 0
 Posted : 2009-12-06 20:17:48   IP : ซ่อน
คลิ๊กที่ภาพ

"บ้านพิพิธภัณฑ์" ตั้งอยู่ที่ 170/17 หมู่ 7 หมู่บ้านคลองโพแลนด์ ซอยคลองโพ 2 ถนนศาลาธรรมสพน์ (ถนนต่อจากถนนพุทธมณฑลสาย 2 ด้านทางรถไฟ) เขตทวีวัฒนา กทม. 10170

การเดินทาง ขับไปทางถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) เมื่อถึงพุทธมณฑลสาย 2 ให้ขับเลยทางเลี้ยวเข้าสาย 2 ฝั่งซ้ายมือไปราว 50 เมตร ก่อนวนขึ้นไปบนสะพานที่ติดป้ายใหญ่ไว้ว่า “กลับรถ พระปิ่นเกล้า” เมื่อขึ้นไปแล้วจะพบว่าช่องทางจราจรบนสะพานมี 3 ช่อง ให้ใช้ช่องกลาง ขับตรงลงจากสะพานไป ผ่านเทคโนโลยีปิ่นมณฑล ข้ามคลองโพ จะเห็นป้ายบอกว่า เส้นทางลัดไปทวีวัฒนา-ศาลายา เลี้ยวซ้ายไปตามถนนนั้นราว 200 เมตร จากนั้นเลี้ยวเข้าซอยคลองโพ 2 ไปราว 100 เมตร ก็จะถึงบ้านพิพิธภัณฑ์

เปิดให้เข้าชมวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น ในเวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็กสูงเกินกว่า 150 ซม. 10 บาท

 
 Comment : 4
กลับขึ้นด้านบน

1


[ ปิดหน้าต่างนี้ ]




ร่วมต่อต้านสแปม! คลิกที่นี่! © All Right Reserved.