Holiday ถ่ายภาพ มุมถ่ายภาพ สถานที่ถ่ายภาพในกรุงเทพ สถานที่ถ่ายภาพ กรุงเทพ สถานที่ถ่ายภาพตอนกลางคืน เที่ยวกรุงเทพ วันหยุด แผนที่ การเดินทางไป
 ดูบทความอื่น
 
Custom Search
 

 
  ดูของดีเขต "ทวีวัฒนา" กรุงเทพฯในมุมต่าง
คลิ๊กที่ภาพ

พระเครื่องและพระพุทธรูปนับหมื่นองค์ในพิพิธภัณฑ์พระกำนันชูชาติ

แหล่งที่มา : manager.co.th (โดย : หนุ่มลูกทุ่ง)

พระเครื่องและพระพุทธรูปนับหมื่นองค์ในพิพิธภัณฑ์พระกำนันชูชาติ
พื้นที่ในกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของเราที่ยังคงหลงเหลือพื้นที่ไว้ให้ทำการเกษตร นอกจากในแถบมีนบุรี หนองจอก หรือตลิ่งชันแล้ว ก็ยังมี "เขตทวีวัฒนา" นี่แหละ ที่เป็นกรุงเทพฯในมุมที่แตกต่างจากไปจากทั่วไป คือยังเป็นพื้นที่สีเขียว ยังคงมีนาข้าวเขียวขจี มีสวนผัก สวนกล้วยไม้ ดอกไม้สวยๆให้ได้สดชื่น บรรยากาศคล้ายๆบ้านฉันที่บ้านนอกอยู่บ้าง

เขตทวีวัฒนานี้เป็นเขตน้องใหม่ที่แยกตัวออกมาจากเขตตลิ่งชันเมื่อปี 2540 โดยชื่อของเขตนั้นก็ได้มาจากชื่อ "คลองทวีวัฒนา" คลองขุดที่เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนเข้าด้วยกัน ซึ่งแม้จะอยู่ในแถบชานเมืองของกรุงเทพฯ แต่เขตทวีวัฒนาก็ยังมี "ของดี" หลายอย่างรอให้เราไปชมกัน

พระเครื่องชุดเบญจภาคีที่นักเลงพระทุกคนรู้จักกันดี
ของดีที่ว่าก็คือแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งด้วยกัน เริ่มจากที่แรกในถนนพุทธมณฑลสาย 2 ที่ "พิพิธภัณฑ์พระกำนันชูชาติ" ซึ่งเจ้าของก็คือคุณชูชาติ มากสัมพันธ์ ที่ เป็นผู้สะสมพระพุทธรูปและพระเครื่องไว้รวมแล้วนับหมื่นองค์ และเปิดให้คนภายนอกได้เข้าชมในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งพระพุทธรูปแต่ละองค์นั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพชรน้ำหนึ่งของวงการพระ เครื่องที่หาชมได้ยากแทบทั้งสิ้น

สำหรับบรรดาพระเครื่องที่จัดวางอยู่ในพิพิธภัณฑ์นั้นก็มีตั้งแต่พระ ชุดเบญจภาคี ได้แก่ พระรอดลำพูน สมเด็จวัดระฆัง พระซุ้มกอ กำแพงเพชร พระนางพญา และพระผงสุพรรณ และนอกจากนั้นก็ยังมีพระปิดตามหาอุตม์ พระปิดตามหาเสน่ห์ พระยอดขุนพล พระเกจิอาจารย์ต่างๆ รวมไปถึงพระกริ่งปวเรศ พระกริ่งสุริยวรมันของเขมร พระกริ่งนเรศวรพระกริ่งเปาปุ้นจิ้น และยังมีพระนารายณ์แผลงศรเนื้อทองคำ สมัยอยุธยา ขนาดเท่าเมล็ดข้าว ที่ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊คให้เป็นพระองค์เล็กที่สุดในโลกอีกด้วย

ส่วนพระพุทธรูปนั้นก็เป็นพระพุทธรูปจากหลายแหล่ง หลายสมัย และหลายพุทธลักษณะด้วยกัน ทั้งพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน สมัยสุโขทัย สมัยอู่ทอง พระพุทธรูปโบราณจากนครหริภุญชัย เมืองละโว้ เมืองสวรรคโลก เมืองชากังราว เป็นต้น และพระพุทธรูปที่รวบรวมมาจากจังหวัดต่างๆ ทั้งสิงห์บุรี-ชัยนาท ลพบุรี เชียงใหม่-ลำพูน พิษณุโลก กำแพงเพชร เป็นต้น และยังมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งที่เป็นชิ้นสำคัญก็คือ พระบูชาประจำพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใครที่อยากจะชมก็ต้องมาที่พิพิธภัณฑ์พระแห่งนี้ รับรองว่าถูกใจนักเลงพระแน่นอน

และในย่านพุทธมณฑลสาย 2 นี้ ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมานานอย่าง "บ้านพิพิธภัณฑ์" ของคุณเอนก นาวิกมูล กับสโลแกนที่ว่า "เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า" โดยภายในพิพิธภัณฑ์นั้นก็จะรวบรวมเอาข้าวของเก่าๆ ทั้งของใช้ และของเล่นที่แสดงถึงชีวิตชาวเมืองในช่วง พ.ศ.2500 มาจัดแสดงไว้ ที่เก๋ก็คือนอกจากจะจัดแสดงข้าวของไว้ในตู้โชว์แล้ว เขาก็ยังจัดจำลองฉากบรรยายกาศเก่าๆเอามาให้ดูกันแบบสมจริง อย่างร้านกาแฟเองฮวด ที่มีมุมสำหรับอาโกไว้ชงชากาแฟ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้สำหรับลูกค้า และมีข้าวของสารพัดอย่างไว้ขายในร้าน ส่วนร้านตัดผมอรุณเกศา ก็มีเก้าอี้ตัดผมแบบโบราณ มีโปสเตอร์ดารายุคเก่าๆ แบบที่ร้านตัดผมชอบนำมาติด และมีมุมร้านตัดเสื้อสตรี และจักรเย็บผ้าด้วย

นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีร้านถ่ายรูปฉายาคลองโพ ที่ยังมีกล้องถ่ายรูปรูเข็มแบบที่ต้องมุดเข้าไปในผ้าสีดำ มีห้องเรียนที่ทำให้หลายคนคิดถึงชีวิตวัยเรียนสมัยประถม และคิดถึงมานะมานีที่โตมาพร้อมๆกัน และยังมีห้องทำงานของนายอำเภอสีหนคร ที่มีทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ธงชาติไทย ตู้เอกสาร โต๊ะทำงานนายอำเภอ และโต๊ะทำงานของเสมียนเลขานายอำเภอ มีเครื่องพิมพ์ดีด และโทรศัพท์หน้าตาโบราณๆ ตั้งอยู่

และที่พลาดไม่ได้ก่อนจะลาจากบ้านพิพิธภัณฑ์ก็คือการเลือกซื้อของเล่น และขนมยอดฮิตสมัยวัยเด็กอย่างลูกโป่งวิทยาศาสตร์ เขี้ยวแดร็กคูล่า ตุ๊กตุ่นพลาสติก หมากฝรั่งรูปบุหรี่ตราแมวดำ หมากฝรั่งตรานกแก้ว ลูกอมละครสัตว์ ลูกอมรสโคล่า มาฝากเพื่อนๆให้นึกถึงวัยเด็กด้วยกัน

คราวนี้เขยิบกันไปที่ถนนพุทธมณฑลสาย 3 กันบ้าง ตรงนี้เป็นที่ตั้งของถนนที่สวยที่สุดสายหนึ่งของประเทศไทย นั่นก็คือ "ถนนอุทยาน" หรือชื่อเดิมว่า "ถนนอักษะ" ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 3 และถนนพุทธมณฑลสาย 4 มีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

ถนนสายนี้เริ่มโครงการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2498 แต่มาสร้างสำเร็จสมบูรณ์จริงๆก็เมื่อปี 2542 นี้เอง ชื่อถนนเดิมที่ใช้ว่าถนนอักษะนั้นก็มาจากภาษาอังกฤษว่า Axis ที่แปลว่าแกนกลาง และเป็นคำที่เราใช้เรียกประเทศเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ซึ่งทำสงครามกับฝ่ายพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลในสมัยจอมพล ป. นั้นได้ประกาศเข้าร่วมสงครามกับฝ่ายอักษะ แต่ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นถนนอุทยาน ซึ่งเป็นชื่อพระราชทานจากในหลวงนั่นเอง

สิ่งที่ส่งเสริมให้ถนนอุทยานเป็นถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งนั่นก็คือ เสาไฟฟ้าซึ่งมียอดเสาเป็นรูปหงส์ยาวไปตลอดแนวถนน นับรวมได้ทั้งหมด 979 ตัว ว่ากันว่าหงส์แต่ละตัวนั้นก็ราคาแพงเป็นหมื่นๆ ถึงจะแพงแต่ก็ทำให้ถนนสายนี้สวยงามสมกับเป็นถนนสายสำคัญที่มุ่งหน้าไปสู่ดิน แดนแห่งธรรมหรือพุทธมณฑล

เอ้า... ที่เที่ยวในเขตทวีวัฒนายังไม่หมดเท่านี้ ไปต่อกันที่ "อุทยานแมวไทยโบราณ (นัยน์ตาสองสี)" ริม คลองทวีวัฒนา ที่นี่จะมีแมวขาวมณีหรือขาวปลอด แมวไทยที่ไม่ได้มีชื่ออยู่ในสมุดข่อยโบราณ เพราะเพิ่งจะเป็นที่รู้จักก็กันเมื่อสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมานี้เอง แต่ก็ถือว่าเป็นแมวไทยโบราณหนึ่งในห้าพันธุ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน โดยลักษณะเด่นของมันก็คือจะมีขนสั้นสีขาวทั้งตัวไม่มีสีอื่นแซม หากเป็นสายพันธุ์แท้ดวงตาทั้งสองข้างก็จะมีสีที่แตกต่างกัน เช่น มีดวงตาสีเหลืองข้างหนึ่งและสีฟ้าอีกข้างหนึ่ง

สำหรับแมวขาวมณีในอุทยานแมวฯแห่งนี้ถือเป็นเชื้อสายของแมวทรงเลี้ยง ของรัชกาลที่ 5 เนื่องจากพระองค์โปรดแมวขาวมณีนี้เป็นอย่างยิ่ง และทรงมอบหน้าที่ให้พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติ วงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรส เป็นผู้ดูแลและขยายพันธุ์ หน้าที่นี้สืบทอดจนมาถึงพระธิดาของพระองค์ คือหม่อมเจ้าหญิงเริงจิตรแจรงอาภากร ก่อนที่แมวขาวมณีที่เหลืออยู่ทั้งหมด 18 ตัวจะตกมาอยู่ในความดูแลของคุณนำดี วิตตะ เด็กชายที่หม่อมเจ้าหญิงได้อุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก และก็ได้ดูแลแมวขาวมณีเหล่านี้มาตลอด จนกลายมาเป็นผู้ก่อตั้งอุทยานแมวไทยโบราณ (นัยน์ตาสองสี) แห่งนี้

แมวขาวมณีในอุทยานแมวฯแห่งนี้ล้วนแต่อ้วนท้วนสมบูรณ์ บางตัวกำลังเล่นง่วนอยู่กับลูกบอลยาง บางตัวก็นอนหลับอุตุอยู่ในกรง สำหรับคนรักแมวอาจจะขัดใจอยู่บ้างที่เจ้าแมวเหล่านี้ต้องอยู่ในกรง แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีแล้ว เพราะหากอนุญาตให้จับอุ้มได้ตามใจชอบก็อาจทำให้เจ้าเหมียวเกิดอาการเฉามือ และอาจติดโรคจากการเลียหรือสัมผัสคนได้ แม้จะอยู่ในกรงแต่แมวเหล่านี้ก็สุขภาพดีเพราะหลังจากอุทยานแมวฯปิดทำการ เจ้าแมวเหล่านี้ก็จะได้ไปวิ่งออกกำลังกันในสวนหลังบ้าน จึงเป็นแมวขาวมณีที่แข็งแรง สำหรับคนรักแมวจึงไม่ควรพลาดมาเยี่ยมชมแมวเหมียวที่อุทยานแมวไทยโบราณแห่ง นี้

มาปิดท้ายกันที่แหล่งท่องเที่ยวสุดท้ายที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งย่านชานเมือง ที่ "ตลาดนัดธนบุรี" หรือ "ตลาดนัดสนามหลวง 2" ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองทวีวัฒนาเช่นเดียวกัน ตลาดนัดแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การเป็นตลาดต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ของกรุงเทพฯ เพราะในพื้นที่ของเขตทวีวัฒนานี้บางส่วนยังคงทำการเกษตร เช่น สวนกล้วยไม้ ดอกไม้อยู่ จึงมีผลผลิตประเภทไม้ดอกไม้ประดับสวยๆมาขายที่ตลาดนัดธนบุรีเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงอุปกรณ์ทำสวน และของตกแต่งสวนด้วย

ที่ตลาดนัดธนบุรียังมีชื่อเสียงในเรื่องของตลาดปลาด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ปลาที่เอามาทำอาหารแต่เป็นปลาสวยงามทั้งหลายแหล่ ตั้งแต่ปลาพื้นๆ อย่างปลาหางนกยูง ปลาเงินปลาทอง ปลากัดสีสันสวยงาม ไปถึงปลาหายากปลาแปลกๆอีกหลายชนิด นอกจากนั้นในพื้นที่กว่าร้อยไร่ของตลาดนัดธนบุรีก็ยังมีข้าวของอื่นๆให้ เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์ในการเลี้ยงสัตว์ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ของแต่งบ้าน ตลาดสด อาหารสำเร็จรูป อาหารแห้ง ฯลฯ

หากเดินซื้อของจนเมื่อยแล้วก็มานั่งพักผ่อนกันได้ที่ "สวนทวีวนารมย์" ในพื้นที่เดียวกับตลาดนัดธนบุรีที่เขาได้ปรับปรุงพื้นที่ซึ่งเป็นสวนมะพร้าว เก่าเอาไว้ ทำให้ยังมีบรรยากาศเหมือนท้องร่องหลังบ้านชาวสวน ร่มรื่นดีไม่น้อย

และทั้งหมดนี้ก็คือแหล่งท่องเที่ยวในเขต "ทวีวัฒนา" ที่แม้จะอยู่ชานเมืองชายขอบกรุงเทพฯ แต่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดชมอยู่มากทีเดียว

"บ้านพิพิธภัณฑ์" ตั้งอยู่ที่ 170/17 หมู่ที่ 17 ซอยคลองโพ 2 ถนนศาลาธรรมสพน์ (ถนนเล็ก ต่อจากปลายถนนพุทธมณฑลสาย 2 ด้านทางรถไฟ) เขตทวีวัฒนา กทม.10170 เปิดให้เข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ ในเวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็กสูงเกินกว่า 150 ซ.ม. 10 บาท สอบถามโทร.08-9200-2803

"พิพิธภัณฑ์พระกำนันชูชาติ" ตั้งอยู่ที่ 5/9 ถ.พุทธมณฑลสาย 2 (ระหว่างสี่แยกทศกัณฐ์-สนามกีฬาพาณิชยการราชดำเนิน) แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170 เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 200 บาท สอบถามรายละเอียดโทร.08-6374-0505

"อุทยานแมวไทยโบราณ (นัยน์ตาสองสี)" ตั้งอยู่ที่ 103 หมู่ที่ 10 ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170 เปิดบริการ 10.00-17.00 น. ทุกวัน ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.08-9765-6697

"ตลาดนัดธนบุรี" หรือตลาดนัดสนามหลวง 2 ตั้งอยู่ที่ 195/1 หมู่ 1 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการทุกวัน ในเวลา 09.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2421-4523





[ ปิดหน้าต่างนี้ ]




ร่วมต่อต้านสแปม! คลิกที่นี่! © All Right Reserved.