Holiday ถ่ายภาพ มุมถ่ายภาพ สถานที่ถ่ายภาพในกรุงเทพ สถานที่ถ่ายภาพ กรุงเทพ สถานที่ถ่ายภาพตอนกลางคืน เที่ยวกรุงเทพ วันหยุด แผนที่ การเดินทางไป
 ดูบทความอื่น
 
Custom Search
 

 
  จากแผลเก่าถึงแผลใหม่ใน “ แสนแสบ ”
คลิ๊กที่ภาพ

ท่าประตูน้ำ จุดเปลี่ยนเรือ

แหล่งที่มา : manager.co.th (โดย : หนุ่มลูกทุ่ง)

"อกพี่กลัดหนอง พี่หมองดั่งคลองแสนแสบ
เจ็บจำดังหนามยอกแปลบ แปลบ แสบแสนจะทน
โอ้ว่ากังหัน ทุกวันมันพัดสะบัดวน
อยากจะรู้จิตคน จะหมุนกี่หนต่อวัน..."

เพลง : แสนแสบ : คำร้อง - ชาลี อินทรวิจิตร

กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรนี้เคยได้รับสมญานามว่าเป็น “เวนิสตะวันออก” เนื่อง จากมีคูคลองใสสะอาดเชื่อมต่อถึงกัน และใช้เป็นเส้นทางสัญจรของประชาชน แต่เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนไป การเดินทางทางบกได้รับความนิยมมากกว่าทางน้ำ คูคลองส่วนใหญ่จึงถูกถมทำเป็นถนนไปเป็นจำนวนมาก จนกรุงเทพฯแทบไม่เหลือฉายาเวนิสตะวันออกอย่างที่เคย

แต่ก็ยังมีคลองอยู่สายหนึ่งในกรุงเทพฯที่ยังคงเหลืออยู่ และยังถูกใช้เป็นเส้นทางสัญจรอยู่จนถึงปัจจุบัน เพียงแต่ไม่เหลือความใสอย่างในอดีตไว้ให้เห็นอีกแล้ว นั่นก็คือ “คลองแสนแสบ” คลองสายยาวที่ขุดขึ้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อเชื่อมคลองมหานาคไปออกยังแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะในเวลานั้นไทยกำลังทำสงครามกับกัมพูชาและเวียดนาม จึงมีการขุดคลองเพื่อใช้ในการส่งเสบียงอาหารและติดต่อสื่อสารกันให้รวดเร็ว ยิ่งขึ้น

การขุดคลองนี้ใช้เวลา 3 ปีด้วยกัน ซึ่งหลังจากการขุดคลองเสร็จสิ้น ประโยชน์ที่เกิดขึ้นนอกจากจะได้ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเพื่อสงครามแล้ว ผลพลอยได้ก็คือคลองนี้ยังใช้เป็นเส้นทางเดินเรือและค้าขายสินค้าของประชาชน ต่อมาอีกด้วย โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ได้มีการขยายคลองให้กว้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการคมนาคม และการค้าขายให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น

คนทั่วไปยังรู้จักคลองแสนแสบจากเรื่องราวโรแมนติกสุดเศร้าเคล้าน้ำตาอย่าง “แผลเก่า” นิยายของไม้เมืองเดิม หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ขวัญ-เรียม” คู่รักแห่งทุ่งบางกะปิ ที่มักจะมาทำโรแมนติกว่ายน้ำเล่นในคลองแสนแสบบ่อยๆ

แต่ใน พ.ศ.2551 นี้ คนกรุงเทพฯทั่วไปมักรู้จักชื่อของคลองแสนแสบว่าเป็นคลองน้ำดำเน่าเหม็น ไม่ควรเข้าใกล้ แต่บางคนก็ต้องเข้าไปใกล้ๆอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะคลองแสนแสบปัจจุบันได้ถูกใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางเรือที่สำคัญเส้น หนึ่ง โดยมีเส้นทางวิ่งตั้งแต่บริเวณสะพานผ่านฟ้า ไปจนถึงวัดศรีบุญเรือง บางกะปินู่น

เรือขนส่งในคลองแสนแสบใช้เวลาระหว่างต้นทางและปลายทางเพียงแค่ไม่ เกินหนึ่งชั่วโมง หรือประมาณ 40 นาที (บางลำอาจทำเวลาได้ดีกว่านั้น แต่ก็น่าหวาดเสียวเต็มที) แต่หากเดินทางบนท้องถนนในเวลาเร่งด่วนอาจต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมใครๆจึงยอมทนเหม็นน้ำเน่ามานั่งเรือคลองแสนแสบกัน เป็นจำนวนมาก

ในยุคน้ำมันแพงอย่างนี้ก็ควรจะประหยัดกันทุกทาง ฉันจึงอยากจะพาทุกคนมานั่งเรือคลองแสนแสบด้วยกันวันนี้เพราะจะได้ประหยัด ทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา และประหยัดเนื้อที่บนถนนอีกด้วย เอ้า...ตามฉันมาที่ท่าเรือคลองแสนแสบใกล้สะพานผ่านฟ้าเลยดีกว่า

ฉันมองดูคลองแสนแสบอย่างไม่อยากเชื่อว่า ขวัญกับเรียมจะเคยมาว่ายน้ำเล่นในคลองนี้ เพราะวันนี้คลองที่เคยใสสะอาดกลับขุ่นคลั่กกลายเป็น “แผลใหม่” แห่ง แสนแสบ (บางคนบอกว่านี่ไม่ใช่แผลใหม่แต่เป็นแผลเก่าที่เน่าอมตะไปแล้ว) ที่มีขยะชิ้นเล็กๆลอยเต็ม พร้อมกับส่งกลิ่นไม่น่าพิสมัยไปทั่ว

เมื่อก่อนคลองคงจะดำปิ๊ดปี๋กว่านี้ แต่เมื่อปี 2533 สมัยที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมืองยังเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็ได้เปิดเส้นทางการเดินเรือในคลองแสนแสบนี้ขึ้นเพื่อแบ่งเบาการจราจรที่ติด ไม่ขยับ และเชื่อว่าการนำเรือมาแล่นนั้นจะช่วยบรรเทาเบาบางน้ำเน่าเสียในคลองได้

ผ่านมาเกือบ 20 ปี น้ำในคลองก็ยังคงเน่าเหมือนเดิม เพราะชุมชนริมคลองส่วนใหญ่ก็ยังคงปล่อยน้ำเสียลงคลอง แต่เรือคลองแสนแสบก็ได้ติดตลาดเป็นเส้นทางคมนาคมยอดฮิตอีกเส้นทางหนึ่ง เพราะเรือนั้นแล่นผ่านจุดสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ ซึ่งหลายแห่งก็เป็นจุดที่รถติดอย่างหนัก แต่จะผ่านที่ไหนบ้าง ก็ลงเรือไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

เริ่มจากท่าผ่านฟ้าลีลาศ ที่นี่ฉันเห็นพนักงานเสื้อสีน้ำเงิน ใส่หมวกกันน็อคนั่งเตรียมพร้อมรอผู้โดยสารขึ้นเรืออยู่ ตอนแรกเข้าใจผิดนึกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์วิน ที่ไหนได้ เป็นพนักงานเก็บเงินบนเรือนี่เอง ที่ต้องใส่หมวกกันน็อคไว้ก็เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเอาหัวไปชนสะพานที่ เรือต้องลอดผ่านหลายสะพานด้วยกัน

พอเรือเริ่มแล่น พนักงานเหล่านี้ก็เริ่มทำงาน ด้วยการขึ้นไปเดินอยู่บนกราบเรือเอาแขนข้างหนึ่งเหนี่ยวเชือกกันตกน้ำเอาไว้ แล้วก้มตัวยืดแขนเข้ามาเก็บเงินผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านใน ส่วนผู้โดยสารเองก็ต้องเริ่มทำงานด้วยเช่นกันหากไม่อยากให้น้ำเน่ากระเด็น ขึ้นมาโดนหน้าโดนตา ก็จะต้องคอยดึงผ้าใบข้างกราบเรือให้สูงขึ้น ด้วยการดึงห่วงเชือกที่ห้อยอยู่แถวๆเสาเรือลงมา แล้วระบบรอกเล็กๆก็จะจัดการดึงผ้าใบให้สูงขึ้นมากันน้ำกระเด็นโดนตัวเองและ บุคคลข้างเคียง

คนขับเรือเองก็ใช่ว่าจะมีหน้าที่บังคับเรือรับ-ส่งผู้โดยสารเพียง อย่างเดียว เพราะหากวันไหนที่น้ำในคลองขึ้นสูงๆ ก็จะต้องใช้ระบบไฮโดรลิกส์แสนไฮเทคภายในตัวเรือลดระดับหลังคาเรือให้ต่ำลงมา เพื่อที่จะสามารถลอดใต้สะพานได้ ทำเอาผู้โดยสารที่ไม่คุ้นเคยตกใจไปมิใช่น้อย

มาพูดถึงการขึ้นลงเรือคลองแสนแสบอันน่าตื่นเต้นกันบ้างดีกว่า การขึ้นเรือคลองแสนแสบนี้จะมาทำเป็นชิลล์ๆ เหมือนเรือด่วนเจ้าพระยานั้นไม่ได้ แต่จะต้องเป็นคนที่ตื่นตัวตลอดเวลา เพราะเรือคลองแสนแสบไม่เคยคอยใคร หากจอดเทียบท่าแล้วใครมัวชักช้ารอให้เรือจอดสนิทแล้วค่อยก้าวขึ้นจากเรือ นั้นสงสัยคงจะต้องไปขึ้นป้ายหน้าแทน เช่นเดียวกับคนที่ต้องการจะลงเรือ ก็ต้องทำตัวให้แคล่วคล่องว่องไว ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นเหมือนฉันที่กำลังก้าวขาค้างอยู่บนท่าเรือขณะที่เรือ แล่นออกไปพอดี

แต่ต้องขอชมสาวๆ ออฟฟิศบางคนที่เก่งกล้าสามารถ ด้วยการใส่รองเท้าส้นสูงกระโปรงสั้นแต่ขึ้นลงเรือได้สบายๆ ถือว่ามีวิทยายุทธ์แก่กล้าแล้ว แต่ก็มีบางคนที่รีบร้อนจนลืมระวังเรื่องความปลอดภัย ตกน้ำตกท่ากันไปก็มีให้เห็นบ่อยๆ อันนี้ต้องระมัดระวังให้ดี

อ้าว...ฉันก็มัวแต่ดูคนขึ้นลงเรือซะเพลิน จนเกือบลืมเล่าถึงเส้นทางที่ผ่านในคลองแสนแสบไปเสียนี่ พอเรือออกจาก “ท่าผ่านฟ้า” มาแล้ว ท่าต่อไปก็คือ “ท่าโบ๊เบ๊” ใครอยากจะแวะซื้อเสื้อผ้าขายส่ง หรืออยากจะซื้อผลไม้ที่แถวๆ สะพานขาวก็ต้องแวะลงที่นี่เลย แต่หากอยากจะนั่งเรือเล่นอีกสักท่าสองท่า ก็ค่อยไปลงที่ “ท่าชุมชนบ้านครัวเหนือ” ไปชมการทอผ้าผ้าไหมของชุมชนบ้านครัวที่ สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 จนมาถึงตอนนี้ก็เหลืออยู่ไม่กี่บ้านแล้วที่ยังประกอบอาชีพนี้อยู่ แล้วจะข้ามสะพานไปอีกฟากหนึ่งเที่ยว “บ้านจิม ทอมป์สัน” ด้วยก็ได้

แต่ถ้าอยากแวะไปเดินเล่นแถวสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพารากอน แหล่งเด็กแนวโดยไม่พึ่งรถไฟฟ้า ก็ต้องไปขึ้นที่ “ท่าสะพานหัวช้าง” ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีจากท่าเรือก็ถึงแล้ว

หรือใครยังช้อปเสื้อผ้าขายส่งไม่จุใจที่โบ๊เบ๊ ฉันขอแนะนำให้มาขึ้นที่ “ท่าประตูน้ำ” แหล่งขายเสื้อผ้าค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่ง มีเสื้อผ้าให้เลือกซื้อได้ถูกใจวัยรุ่น จะเดินซื้อแบบร้อนๆ ทางฝั่งประตูน้ำ หรือจะมาเดินแบบแอร์เย็นฉ่ำที่ฝั่งแพลตตินั่มก็ได้ อีกทั้งท่าประตูน้ำนี้ยังเป็นจุดเปลี่ยนเรือ ถ่ายคนจากเรือเล็กให้ไปขึ้นเรือใหญ่ เพื่อมุ่งหน้าไปยังปลายทางต่อไป

เรือแล่นผ่านท่าสะพานชิดลม ท่าสะพานวิทยุ ท่านานาเหนือ ท่าอโศก ซึ่งเป็นแหล่งรวมรถติด จึงมีหนุ่มสาวออฟฟิศจำนวนไม่น้อยนิยมนั่งเรือมาทำงาน รวมไปถึงนักศึกษา มศว.ประสานมิตร ก็สามารถนั่งเรือมาจนถึงมหาวิทยาลัยได้เลยเช่นกัน

เรือยังแล่นผ่านซอยทองหล่อ ชาญอิสระ สะพานคลองตัน มาจนถึง “ท่าเดอะมอลล์ 3” หรือ เดอะมอลล์รามคำแหง มาถึงตรงนี้ก็เป็นแหล่งช้อปปิ้งอีกที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักช้อปไม่ น้อย รู้จักกันในชื่อแหล่งช้อปหน้ารามฯโดยเฉพาะในช่วงค่ำๆ นั้นจะมีข้าวของมาวางขายให้เลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว ตรงจุดนี้สามารถเดินช้อปปิ้งได้ยาวตั้งแต่ท่าเดอะมอลล์ 3 มาเรื่อยๆ จนมาถึง “ท่าวัดเทพลีลา” เลยก็ได้

จากท่าวัดเทพลีลาไปอีกไม่กี่ป้ายก็จะถึงสุดสายอยู่แล้ว ฉันเลยตัดสินใจเดินไปขึ้นเรือต่อที่ท่าวัดเทพลีลา ไหนๆ ก็จะต้องเดินผ่านวัดเพื่อมาขึ้นเรือแล้ว ก็ขอแวะไหว้พระในวัดเสียหน่อย โดยที่นี่เขามีรูปหล่อปิดทองของหลวงพ่อโสธร และพระเกจิชื่อดังอย่างหลวงพ่อสดวัดปากน้ำภาษีเจริญ หลวงพ่อโตวัดระฆัง ฯลฯ ให้กราบไหว้กันด้วย

ไหว้พระเสร็จแล้วฉันก็นั่งเรือต่อมาสุดสายปลายทาง หรือใครอยากจะแวะช้อปปิ้ง (อีกแล้ว) ที่เดอะมอลล์บางกะปิ และห้างตะวันนา ก็แวะลงกันได้ที่ "ท่าเดอะมอลล์บางกะปิ" แต่ถ้าไม่แวะก็วิ่งรวดเดียวถึง "ท่าวัดศรีบุญเรือง" ย่านถนนสุขาภิบาล 3

เป็นอันได้นั่งเรือเที่ยวตามเส้นทางคลองแสนแสบ ที่ได้หลากหลายอารมณ์ ทั้งตื่นเต้น หวาดเสียว ได้รับลมเย็นๆ ดมกลิ่นเหม็นๆของน้ำในคลองที่เปรียบเสมือนแผลใหม่ ผสมปนเปกันไปจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของคลองแสนแสบ ที่หากใครอยากสัมผัสก็หาโอกาสมานั่งเรือสัมผัสกับบรรยากาศอันหลากหลายในคลอง แสนแสบดูสักครั้ง (หรือหลายครั้ง) ซึ่งสนนราคาจากต้นสายถึงปลายทางในช่วงนี้ที่น้ำมันแพงระยับ ปตท.รวยระยิบ ก็อยู่ที่ 22 บาทขาดตัว

การให้บริการเรือคลองแสนแสบ ในวันจันทร์-ศุกร์ ท่าผ่านฟ้า เที่ยวแรกเวลา 06.15 น. เที่ยวสุดท้าย 20.00 น. ท่าวัดศรีบุญเรือง เที่ยวแรก 05.30 น. เที่ยวสุดท้าย 19.15 น. วันเสาร์ ท่าผ่านฟ้า เที่ยวแรกเวลา 06.45 น. เที่ยวสุดท้าย 19.30 น. ท่าวัดศรีบุญเรือง เที่ยวแรก 06.00 น. เที่ยวสุดท้าย 18.30 น. และวันอาทิตย์ ท่าผ่านฟ้า เที่ยวแรกเวลา 06.45 น. เที่ยวสุดท้าย 19.30 น. ท่าวัดศรีบุญเรือง เที่ยวแรก 06.45 น. เที่ยวสุดท้าย 19.00 น. สอบถามโทร.0-2374-8990, 0-2375-2369





[ ปิดหน้าต่างนี้ ]




ร่วมต่อต้านสแปม! คลิกที่นี่! © All Right Reserved.